Japan 3 : Japan Railway ภาคสอง
23.10.08 / JAPAN / Author: admin
Tags: JAPAN
สำหรับเรื่อง Japan Railway นั้นคราวที่แล้วเล่าไปยังไม่จบนะครับ เพราะกลัวว่าคนอ่านจะเบื่อกันถ้าเขียนต่อกันยาวจนเกินไป เลยตั้งใจว่าจะตัดเป็นช่วงๆจะดีกว่า เรามาเข้าเรื่องกันเลยนะครับ
หลังจากที่ลงจากรถไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารระหว่างท่าอากาศยานนาริตะกับตัวเมืองที่สถานีชินจูกุแล้ว ผมก็เดินเป็นบ้าหอบฟางไปยังชานชลาที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสารเพื่อเปลี่ยนขบวนรถไปสถานีโอคุโบะ ซึ่งถ้ามาแรกๆอาจจะงงกับหมายเลขชานชลาได้ แต่ไม่ต้องห่วงถ้าเกิดว่าไปไม่ถูกให้มองหาป้ายที่เขียนว่า Route Find ซึ่งจะมีเครื่องค้นหาเส้นทางตั้งไว้อยู่ลักษณะจะเหมือนกับเกมตู้เล็กๆตามห้างสรรพสินค้า โดยเจ้าเครื่องนี้จะบอกเราว่าต้องไปที่ชานชลาไหน แล้วจะไปต่อยังไงอย่างละเอียด ซึ่งถ้าค้นหาเจอแล้วก็สามารถสั่งพิมพ์ออกมาได้(ฟรี)
Copying Beethoven filmA Guy Thing dvd Virginia City hd
ภาพถ่ายที่ทางเดินผู้โดยสารสถานีชินจูกุ ด้านบนจะมีป้ายบอกทางว่าชานชลาที่ต้องการจะไปอยู่ทางไหน ส่วนปากทางเดินขึ้นชานชลานั้นจะมีหมายเลขกำกับอยู่ที่ปากทาง
เมื่อขึ้นไปถึงชานชลาแล้วก็ให้รอรถไฟหลังเส้นเหลือง ถ้ามีแถวก็ให้ต่อแถว หากใครเปรี้ยวตีนทำตัวเกรียนเทพแซงคิวก็ต้องวัดดวงว่า จะโดนคนอื่นรุมด่าหรือเปล่า ซึ่งผมก็เคยเจอเกรียนเทพชาวญี่ปุ่นแซงคิวมาแล้ว ได้แต่มองตาปริบๆเพราะไวมาก… จะด่าก็ด่าไม่เป็นจำใจต้องเก็บความแค้นไว้ก่อน (เจอกันคราวหน้า ชิเน้ ชิเน้)
เมื่อขึ้นไปแล้วก็ให้หาโลกส่วนตัวของท่านได้เลย ชนชาตินี้ร้อยละ 90% จะเป็นพวก… ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่สมมุติว่าอยู่มือถือท่านดังขึ้นมาบนรถไฟฟ้า ท่านจะโดนคนทั้งขบวน(ที่ได้ยินเสียง)รุมประนามหยามเหยียด ด้วยสายตาไม่พอใจและดูแคลนเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นถ้าท่านขึ้นรถไฟฟ้าให้ปิดเสียงโทรศัพท์ซะ จะคุยก็ไม่ได้เพราะไม่สุภาพและรบกวนชาวบ้านเขา ซึ่งถ้าสังเกตุรอบๆก็จะมีแต่คนใช้มือถือจิ้มข้อความส่งให้กันบนรถไฟ
Brian's Song video Dough and Dynamite movie
นี่คือรถไฟฟ้าแบบที่ใช้วิ่งในท้องถิ่น (local line) เป็นรถสาย Chu-O line
เมื่อจะถึงสถานีต่างๆจะมีเสียงประกาศชื่อสถานี้เป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อถึงสถานี้ที่ต้องการไปก็ลงจากรถ แล้วเดินไปที่ทางออกก็จะเจอเครื่องตรวจตั๋ว ให้ใส่ตั๋ว(หรือทาบบัตร) จากนั้นก็เดินผ่านประตูไปเลย
แต่ว่า! ถ้าเกิดโดยสารมาเกินราคาระยะทางในตั๋วล่ะ? อันนี้ไม่ต้องตกใจที่แถวๆทางออกจะมีเครื่องปรับราคาตั๋วอยู่ให้เดินไปหาเครื่องนี้ แล้วทำตามคำแนะนำของเครื่อง (ขออภัย ไม่เคยนั่งเกินและบัตรเติมเงินก็ไม่เคยเงินหมด)
เครื่องปรับราคาค่าโดยสารเกินระยะทาง หากนั่งเกินมาจากราคาตั๋วก็ให้ใช้เครื่องนี้จ่ายส่วนต่าง แต่ถ้านั่งไม่ถึงราคาตั๋วก็ต้องยอมขาดทุนเดินผ่านเครื่องรับตั๋วที่ทางออกไป (ไม่มีจ่ายคืน)
หลังจากออกทางสถานี้ ผมก็เดินเท้าเป็นบ้าหอบฟางไปตามถนนมุ่งหน้าไปยังสถานศึกษา ซึ่งก็ไม่ได้มุ่งหน้าสู่พระอาทิตย์อันใด แถมวันที่มานี่ฝนตกอีกต่างหากต้องกางร่มแล้วหอบข้าวของพะลุงพะลัง อนาถตัวเองจริงๆ
อ่อ เกือบลืมบอกไปอย่างว่า รถไฟที่นี่เข้าออกตรงเวลามากครับ จากประสพการณ์ตรงของผมเองเลย คือถ้ารถไฟเกิดวิ่งมาเร็วเกินไปจนมาถึงสถานี้ก่อนเวลาเทียบชานชลา รถไฟจะหยุดก่อนเข้าชานชลาครับ และถึงล้ำเข้ามาในชานชลาแล้วก็จะไม่เปิดประตูให้คนขึ้นหรือลง จนกว่าจะได้เวลาเข้าสถานีถึงจะค่อยๆขยับเข้ามาเทียบจุดจอดในสถานีแล้วเปิดประตูให้ผู้โดยสารขึ้น-ลง
Those Magnificent Men in Their Flying Machines or How I Flew from London to Paris in 25 hours 11 minut รางรถไฟของญี่ปุ่นจะกว้างกว่าของเมืองไทย โดยจะกว้างประมาณ 1.345 เมตร การจ่ายไฟฟ้าให้กับขบวนรถไฟจะทำผ่านทางสายไฟฟ้าที่พาดอยู่ด้านบน ซึ่งจะจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง(ปลอดภัยกว่า) รางด้านในสำหรับรถท้องถิ่น รางด้านนอกออกไปเป็นรางรถด่วนต่างๆ
ก่อนจากจะบอกว่า จริงๆแล้วคนญี่ปุ่นเองก็จำไม่ได้หรอกว่ารถสายไหนไปไหนต้องต่อรถยังไงถ้าไม่ได้นั่งประจำ ดังนั้นทุกสถานีจะมีแผนที่บอกไว้ที่หน้าเครื่องขายตั๋วครับ แล้วก็จะมีบอกว่าต้องใส่เงินเท่าไหรเพื่อซื้อตั๋วไปสถานีนั้นๆ นอกจากนี้ก็ยังมีพวกแผ่นพับต่างๆที่แจกฟรีตามสถานีด้วย
สำหรับข้อมูลรถไฟฟ้า JR ให้ลองเข้าไปดูที่ http://www.jreast.co.jp มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ


Comments: 0